วิธีการเพิ่มรายได้แบบพาสซีฟเป็น 10 เท่า จากการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์

หากคุณเพิ่งเริ่มคิดเกี่ยวกับการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ คุณอาจเคยตั้งคำถามกับตัวเองว่าฉันควรลงทุนแบบพาสซีฟ หรือ แอคทีฟดี? คำถามนี้อาจฟังดูแล้วยากเกินไปสำหรับมือใหม่ ในบทความนี้เราจะทําการเปรียบเทียบแบบเป็นข้อ ๆ ระหว่างการลงทุนแบบพาสซีฟกับแอคทีฟ แต่จำไว้ว่า การลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์แบบแอคทีฟนั้นยุ่งยากมากกว่าแบบพาสซีฟ แต่สามารถทำเงินให้คุณได้มากกว่าแบบพาสซีฟเป็น 10 เท่า

แม้ว่าเราต้องคำนึงถึงปัจจัยต่าง ๆ มากมาย แต่สิ่งที่สําคัญมากที่สุดคือผลตอบแทนจากการลงทุน ตัวอย่างเช่น หากคุณรู้ว่าคุณสามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้น 10 เท่าด้วยตัวเลือกการลงทุนแบบหนึ่งเทียบกับอีกทางเลือกหนึ่ง คุณคิดว่ามันสำคัญกับคุณหรือไม่? ซึ่งแน่นอนอยู่แล้วว่ามันสำคัญมาก

ดังนั้น คุณคิดว่าตัวเลือกใดที่สามารถทําเงินให้คุณได้มากกว่ากันถึง 10 เท่า วันนี้เราจะพาคุณมาเจาะลึกถึงการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์แบบพาสซีฟและแอคทีฟกัน

การลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์แบบพาสซีฟคืออะไร?

การลงทุนแบบพาสซีฟ คือการลงทุนแบบถือยาวที่ซื้อขายน้อยครั้ง เป็นการกระจายความเสี่ยง ค่าธรรมเนียมต่ำ เรียบง่ายและไม่ซับซ้อน เหมาะสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มต้นลงทุนหรือไม่มีเวลาบริหารจัดการพอร์ตด้วยตนเอง เปรียบง่าย ๆ คือ ให้คนอื่นทํางานแทนเรา และเรารอรับผลตอบแทนจากการลงทุนนั่นเอง

ซึ่งการลงทุนแบบพาสซีฟนั้นมีหลายวิธีด้วยกัน ได้แก่ การลงทุนอสังหาริมทรัพย์กับกองทุนทรัสต์ (REITs), กองทุนอสังหาริมทรัพย์, การรวมกลุ่มและการระดมทุนแบบ Crowdfunding

ในที่นี้เราจะมุ่งเน้นไปที่การรวมกลุ่มด้านอสังหาริมทรัพย์ หากคุณต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการลงทุนแบบพาสซีฟ คลิกที่นี่.

โดยทั่วไป การระดมทุนให้ผลตอบแทนแบบพาสซีฟอยู่ที่ประมาณ 10-15% โดยเฉลี่ย ซึ่งไม่ใช่ทุกคนที่จะทำได้ดี บางคนอาจทำได้ดีมากหรือแย่มากก็ได้ ซึ่งโดยทั่วไปการระดมทุนแบบนี้จะให้ผลตอบแทนเป็นสองเท่าตัวภายในระยะเวลาอีก 5 ปีข้างหน้า ซึ่งหมายความว่าหากคุณลงทุน 4,000,000 บาทตอนนี้ อีก 5 ปีข้างหน้าคุณจะได้รับเงินคืนทั้งหมดรวม 8000,000 บาท (4000,000 บาทคือเงินลงทุนเดิมของคุณ)

การลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์แบบแอคทีฟคืออะไร?

การลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์แบบแอคทีฟ คือคุณต้องบริหารและจัดการอสังหาริมทรัพย์ด้วยตัวคุณเอง มีคนเคยกล่าวไว้ว่า การลงทุนแบบนี้ คือการเป็นเจ้าของโดยตรง

ซึ่งอสังหาริมทรัพย์ก็มีหลากหลายประเภท ได้แก่ บ้านเดี่ยว บ้านหลายหลัง อาคารพาณิชย์ ร้านขายปลีก บ้านเคลื่อนที่และสถานที่สำหรับเก็บของ เป็นต้น

ซึ่งในที่นี้ เราจะมุ่งเน้นไปที่อสังหาริมทรัพย์ให้เช่าสำหรับหลายครอบครัว

การลงทุนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ให้เช่ามีหลากหลายวิธีด้วยกัน บางคนลงทุนเพื่อการเก็งกำไร บางคนลงทุนเพื่อหมุนกระแสเงินสด – บางคนทำทั้งสองอย่างและบางคนก็ทําเลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่ง เราเรียกระบบแบบนี้ว่า ระบบ Fast FIRE ซึ่งได้รวบรวมวิธีการลงทุนแบบต่าง ๆ ไว้ด้วยกัน ได้แก่ การหมุนกระแสเงินสด การเก็งกำไรแบบ Immediate Appreciation (การเก็งกำไรที่เห็นผลอย่างทันทีในระยะสั้น) และ Forced Appreciation (การเก็งกำไรจากการที่ตั้งราคาอสังหาริมทรัพย์ในราคาที่สูงมาก) และการลงทุนแบบ Tax Saving (บัญชีกองทุน) หากคุณรวบรวมวิธีการลงทุนเหล่านี้เข้าด้วยกันและทำตามคำแนะนำของเรา คุณก็สามารถที่จะได้รับผลตอบแทนที่สูงมากได้เช่นกัน การปล่อยเช่าอสังหาริมทรัพย์ทำให้คุณได้รับผลลตอบแทนสูงกว่าที่คุณคาดคิด ดังตัวอย่างต่อไปนี้

สถานการณ์การลงทุนแบบพาสซีฟ

สิ่งแรกที่คุณต้องทําเมื่อลงทุนแบบพาสซีฟ คือ ต้องตัดสินใจให้ดีว่าจะลงทุนที่ไหน

สมมติว่าคุณต้องการลงทุนในการรวมกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งคุณมาถูกทางแล้ว

เมื่อมาถึงตอนนี้แล้ว คุณต้องคิดให้ได้ว่าจะหาโอกาสระดมทุนได้จากที่ไหนบ้าง เราไม่แนะนำให้คุณใช้ Google เพื่อค้นหาข้อมูลเหล่านี้เด็ดขาด แต่คุณควรมีเพื่อนหรือรู้จักสปอนเซอร์ที่สามารถรับรองข้อตกลงกันได้

[กําลังมองหาสมาชิกคนสําคัญอีกคนในทีมของคุณหรือไม่? อย่าลืมตรวจสอบ ไดเรกทอรีผู้ขาย เพื่อค้นหาสมาชิกในทีมที่ได้รับการตรวจสอบและแนะนําจากเรา]

หากคุณต้องการได้ข้อเสนอที่ดีที่สุด วิธีที่ดีที่สุดวิธีหนึ่ง คือ การเพิ่มข้อเสนอและตัวเลือกต่าง ๆ ให้มากขึ้น ยิ่งคุณต้องเลือกตัวเลือกมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดีเท่านั้น

สมมติว่าตอนนี้คุณได้สร้างเครือข่ายขึ้นมา ได้พบกับผู้สนับสนุน และเริ่มได้รับการตอบรับมากขึ้น ขั้นตอนต่อไปคือ คุณต้องหาแหล่งลงทุน คุณมีวิธีเลือกแหล่งลงทุนอย่างไร? คุณจำเป็นต้องศึกษาหาข้อมูลให้ดี ขั้นตอนนี้สำคัญมาก และคุณจะต้องมีการเรียนรู้และฝึกฝนจนเข้าใจวิธีทำอย่างถูกต้อง

บางคนขี้เกียจศึกษาขั้นตอน จึงใช้ทางลัดด้วยการลงทุนกับคนที่รู้จัก ซึ่งคนที่พวกเขารู้จักมักจะพูดว่า “เฮ้ย มาลงทุนอันนี้สิ มันดีมากเลยนะ” นักลงทุนส่วนใหญ่ที่เรารู้จะทำการตรวจสอบข้อตกลงคร่าวแบบๆ ก่อนที่จะตัดสินใจลงทุน

สมมติว่าคุณไม่ใช้ทางลัด และพยายามศึกษาหาความรู้ด้วยตัวเอง คุณคงไม่คิดว่ามันเป็นการลงทุนแบบพาสซีฟมากเกินไป?

ซึ่งวิธีนี้ คุณต้องส่งเอกสารสำคัญเพื่อยืนยันตัวตนว่าคุณเป็นนักลงทุนที่ได้ผ่านการรับรองแล้ว จากนั้นคุณเซ็นต์สัญญาข้อตกลงที่ทางสปอนเซอร์ส่งให้ และคุณก็โอนเงินจำนวน 4,000,000 บาท จากนั้นคุณส่งเอกสารของคุณเพื่อพิสูจน์ว่าคุณเป็นนักลงทุนที่ได้รับการรับรองคุณลงนามในเอกสารที่ผู้สนับสนุนข้อตกลงส่งถึงคุณจากนั้นคุณโอนเงิน 4,000,000

จากนั้นในอีกห้าปีข้างหน้า คุณรอรับผลตอบแทนได้เลย

ซึ่งสิ่งที่คุณจะได้รับอีก 5 ปีข้างหน้า คือ

คุณจะได้รับรายงานอัพเดทรายเดือนหรือรายไตรมาส บางทีสปอนเซอรอาจส่งเงินให้คุณจำนวนเล็กน้อยในระยะเวลา 5 ปี หรือบางทีก็อาจไม่ได้ส่งให้เลยก็ได้

หากคุณมีความจำเป็นต้องการใช้เงิน (กรณีเหตุฉุกเฉินในครอบครัว) คุณจะไม่สามารถใช้เงินนั้นได้ มันขาดสภาพคล่องอย่างสมบูรณ์

ดังนั้นคุณจะต้องเตรียมตัวให้ดีก่อนที่จะลงทุนในธุรกิจนี้

Compare listings

เปรียบเทียบ

เราใช้คุกกี้

เราใช้คุกกี้และเทคโนโลยีการติดตามอื่น ๆ เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การท่องเว็บของคุณบนเว็บไซต์ของเราเพื่อแสดงเนื้อหาส่วนบุคคลและโฆษณาที่ตรงเป้าหมายเพื่อวิเคราะห์การเข้าชมเว็บไซต์ของเราและเพื่อทําความเข้าใจว่าผู้เยี่ยมชมของเรามาจากไหน